🍼 วิธีคำนวณนมลูก — ปริมาณนมทารกที่ควรได้รับต่อวัน
กรอกน้ำหนักและอายุลูก — ระบบจะคำนวณปริมาณนมต่อวันและต่อมื้อ พร้อมตารางเวลาให้นม ตาม Hunger Cues และมาตรฐาน AAP / WHO
🍼 คำนวณปริมาณนมลูก
กรอกข้อมูลลูก — รู้ปริมาณนมต่อวัน ต่อมื้อ และตารางเวลาให้นมทันที
ใช้น้ำหนักล่าสุดจากการชั่งที่คลินิก/โรงพยาบาล
ทารกแรกเกิดกิน 8–12 มื้อ/วัน · 6 เดือนกิน 5–6 มื้อ/วัน
🍼 ปริมาณนมต่อวัน (โดยรวม)
— มล.
— ออนซ์/วัน
ช่วงปกติ: —
🥛 ปริมาณนมต่อมื้อ
— มล.
— ออนซ์/มื้อ
—
📊 ช่วงปริมาณนมปกติต่อวัน
ขั้นต่ำ
ค่ากลาง
สูงสุด 960 มล.
—
🕐 ตารางให้นมโดยประมาณ (24 ชั่วโมง)
หมายเหตุ: ปริมาณที่แสดงเป็นค่าโดยประมาณตามน้ำหนัก
ทารกแต่ละคนต้องการไม่เท่ากัน ให้นมตาม Hunger Cues เสมอ
อย่าบังคับให้ดื่มให้หมดขวดถ้าลูกหยุดเองแล้ว ควรปรึกษากุมารแพทย์เสมอ
ปริมาณนมแนะนำตามช่วงอายุ — ภาพรวมทั้ง 12 เดือน
แรกเกิด – 1 เดือน
150–180 มล./กก.
8–12 มื้อ/วัน · ทุก 2–3 ชม.
1–6 เดือน
120–150 มล./กก.
6–8 มื้อ/วัน · ทุก 3–4 ชม.
6–9 เดือน
100–120 มล./กก.
4–5 มื้อนม + เริ่มอาหารเสริม
9–12 เดือน
90–100 มล./กก.
3–4 มื้อนม + อาหารเสริม 3 มื้อ
ตารางปริมาณนมตามน้ำหนักและอายุ (มล./วัน)
สูตร: ปริมาณนม/วัน = น้ำหนัก (กก.) × มล./กก./วัน — สูงสุดไม่เกิน 960 มล./วัน ตามแนวทาง AAP
| น้ำหนักลูก | แรกเกิด–1 เดือน (180 มล./กก.) |
1–6 เดือน (150 มล./กก.) |
6–9 เดือน (120 มล./กก.) |
9–12 เดือน (100 มล./กก.) |
|---|---|---|---|---|
| 3 กก. | 540 มล. | 450 มล. | 360 มล. | 300 มล. |
| 3.5 กก. | 630 มล. | 525 มล. | 420 มล. | 350 มล. |
| 4 กก. ⭐ | 720 มล. | 600 มล. | 480 มล. | 400 มล. |
| 4.5 กก. | 810 มล. | 675 มล. | 540 มล. | 450 มล. |
| 5 กก. ⭐ | 900 มล. | 750 มล. | 600 มล. | 500 มล. |
| 5.5 กก. | 960 มล.* | 825 มล. | 660 มล. | 550 มล. |
| 6 กก. | 960 มล.* | 900 มล. | 720 มล. | 600 มล. |
| 6.5 กก. ⭐ | 960 มล.* | 960 มล.* | 780 มล. | 650 มล. |
| 7 กก. | 960 มล.* | 960 มล.* | 840 มล. | 700 มล. |
| 7.5 กก. | 960 มล.* | 960 มล.* | 900 มล. | 750 มล. |
| 8 กก. | 960 มล.* | 960 มล.* | 960 มล.* | 800 มล. |
| 9 กก. | 960 มล.* | 960 มล.* | 960 มล.* | 900 มล. |
| 10 กก. | 960 มล.* | 960 มล.* | 960 มล.* | 960 มล.* |
* ปริมาณสูงสุดแนะนำ 960 มล. (32 oz)/วัน ตามแนวทาง American Academy of Pediatrics — ⭐ ค่าน้ำหนักที่พบบ่อยตามช่วงอายุ
Hunger Cues — สัญญาณที่ลูกแสดงว่าหิวหรืออิ่ม
ให้นมตามสัญญาณหิว (On-Demand) ดีกว่าให้ตามนาฬิกา — แพทยสภาอเมริกัน (AAP) และ WHO แนะนำ
เอามือไปที่ปาก
สัญญาณหิวเนิ่น
ลูกนำมือหรือนิ้วเข้าปาก สัญญาณเริ่มต้นที่ควรให้นมทันที ยังไม่ร้องไห้
แลบลิ้น / เลียปาก
สัญญาณหิวเนิ่น
ขยับปากหรือแลบลิ้นออกมา เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ความพร้อมในการกิน
Rooting (หันหาหัวนม)
สัญญาณหิวกลาง
ลูกหันหน้าซ้ายขวาพร้อมอ้าปาก เหมือนกำลังหาหัวนม — เป็น reflex ตั้งแต่แรกเกิด
กำมือแน่น / ยืดเส้น
สัญญาณหิวกลาง
ลูกกำมือแน่น ยืดแขนขา หรือขยับตัวบ่อย — ควรให้นมก่อนที่จะร้องไห้
ร้องไห้
สัญญาณหิวช้า
การร้องไห้คือสัญญาณสุดท้าย ลูกหิวมากแล้ว — ควรให้นมก่อนถึงขั้นนี้เสมอ
หยุดดูด / ปล่อยหัวนม
สัญญาณอิ่ม
ลูกหยุดดูดเองหรือปล่อยหัวนม — อย่าบังคับให้ดื่มต่อ นั่นหมายความว่าอิ่มแล้ว
ลูกได้นมพอไหม? — สังเกตอาการเหล่านี้
✅ สัญญาณว่าลูกได้นมพอ
👶 น้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์
💧 ผ้าอ้อมเปียก 6–8 ครั้ง/วัน (หลังวันที่ 5)
💩 ถ่ายอุจจาระ 3–4 ครั้ง/วัน (เดือนแรก)
😴 หลับหลังกินนม รู้สึกพอใจ
📈 เส้นการเจริญเติบโตอยู่ในเกณฑ์ดี
👁️ ตาสดใส ผิวชุ่มชื้น ไม่แห้ง
💧 ผ้าอ้อมเปียก 6–8 ครั้ง/วัน (หลังวันที่ 5)
💩 ถ่ายอุจจาระ 3–4 ครั้ง/วัน (เดือนแรก)
😴 หลับหลังกินนม รู้สึกพอใจ
📈 เส้นการเจริญเติบโตอยู่ในเกณฑ์ดี
👁️ ตาสดใส ผิวชุ่มชื้น ไม่แห้ง
⚠️ สัญญาณว่าลูกอาจได้นมน้อยเกินไป
😿 ร้องไห้บ่อย หงุดหงิดตลอดเวลา
📉 น้ำหนักไม่ขึ้น หรือลดลง
👶 หลับนาน ไม่ตื่นมากิน เกิน 4 ชั่วโมง
💧 ผ้าอ้อมเปียกน้อยกว่า 6 ผืน/วัน
🌡️ ดูซีด เหลือง หรือผิวแห้ง
😮 ปากแห้ง น้ำตาน้อยเมื่อร้อง
📉 น้ำหนักไม่ขึ้น หรือลดลง
👶 หลับนาน ไม่ตื่นมากิน เกิน 4 ชั่วโมง
💧 ผ้าอ้อมเปียกน้อยกว่า 6 ผืน/วัน
🌡️ ดูซีด เหลือง หรือผิวแห้ง
😮 ปากแห้ง น้ำตาน้อยเมื่อร้อง
นมผงสูตรต่างๆ — เลือกให้เหมาะกับลูก
Standard Formula (นมวัวปรับสูตร)
นมผงทั่วไปสำหรับทารกสุขภาพดีที่ไม่ได้รับนมแม่ ผลิตจากนมวัวที่ผ่านการปรับให้เหมาะกับทารก มีทั้งสูตร Whey-Dominant (สำหรับแรกเกิด) และ Casein-Dominant (สำหรับลูกที่โตขึ้น)
📌 เหมาะสำหรับ: ทารกแรกเกิดสุขภาพดีที่ไม่แพ้นมวัว
Soy Formula (นมถั่วเหลือง)
ใช้โปรตีนจากถั่วเหลืองแทนนมวัว เหมาะสำหรับทารกที่แพ้โปรตีนนมวัว หรือครอบครัวที่ต้องการหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ควรปรึกษากุมารแพทย์ก่อนใช้
📌 เหมาะสำหรับ: แพ้โปรตีนนมวัว (Cow's Milk Protein Allergy)
Hydrolyzed Formula (นมย่อยแล้ว)
โปรตีนถูกย่อยสลายล่วงหน้าให้เป็นโมเลกุลเล็กกว่า ลดความเสี่ยงการแพ้ มี 2 ประเภท: Partially Hydrolyzed (ย่อยบางส่วน) และ Extensively Hydrolyzed (ย่อยมาก)
📌 เหมาะสำหรับ: ท้องอืด โคลิค หรือแพ้โปรตีนนมวัวระดับปานกลาง
Amino Acid Formula (นมกรดอะมิโน)
ใช้กรดอะมิโนบริสุทธิ์แทนโปรตีน เหมาะสำหรับทารกที่แพ้โปรตีนรุนแรงมากและทน Hydrolyzed Formula ไม่ได้ ราคาสูงกว่ามาก ควรใช้ตามคำแนะนำแพทย์เท่านั้น
📌 เหมาะสำหรับ: แพ้นมรุนแรง (Severe Cow's Milk Protein Allergy)
คำถามที่พบบ่อย วิธีคำนวณนมลูก
วิธีคำนวณนมลูกทำอย่างไร?
คำนวณจาก น้ำหนักลูก × มล./กก./วัน ตามอายุ
สูตรง่ายๆ:
• แรกเกิด–1 เดือน: น้ำหนัก (กก.) × 150–180 มล.
• 1–6 เดือน: น้ำหนัก (กก.) × 120–150 มล.
• 6–9 เดือน: น้ำหนัก (กก.) × 100–120 มล.
• 9–12 เดือน: น้ำหนัก (กก.) × 90–100 มล.
ตัวอย่าง: ลูก 3 เดือน น้ำหนัก 6 กก. ต้องการ 6 × 150 = 900 มล./วัน แบ่งเป็น 6 มื้อ = มื้อละ 150 มล.
สูงสุดไม่เกิน 960 มล. (32 oz)/วัน ตามแนวทาง AAP
สูตรง่ายๆ:
• แรกเกิด–1 เดือน: น้ำหนัก (กก.) × 150–180 มล.
• 1–6 เดือน: น้ำหนัก (กก.) × 120–150 มล.
• 6–9 เดือน: น้ำหนัก (กก.) × 100–120 มล.
• 9–12 เดือน: น้ำหนัก (กก.) × 90–100 มล.
ตัวอย่าง: ลูก 3 เดือน น้ำหนัก 6 กก. ต้องการ 6 × 150 = 900 มล./วัน แบ่งเป็น 6 มื้อ = มื้อละ 150 มล.
สูงสุดไม่เกิน 960 มล. (32 oz)/วัน ตามแนวทาง AAP
ลูกกี่เดือนกินนมกี่ ml?
ปริมาณนมต่อมื้อโดยประมาณตามอายุ:
แรกเกิด (วันแรก): 5–15 มล./มื้อ · 8–12 มื้อ/วัน
สัปดาห์แรก: 30–60 มล./มื้อ · 8–12 มื้อ/วัน
1 เดือน: 60–120 มล./มื้อ · 7–8 มื้อ/วัน
2 เดือน: 90–150 มล./มื้อ · 6–7 มื้อ/วัน
3–4 เดือน: 120–180 มล./มื้อ · 5–6 มื้อ/วัน
5–6 เดือน: 150–210 มล./มื้อ · 4–5 มื้อ/วัน
6–12 เดือน: 180–240 มล./มื้อ · 3–5 มื้อ/วัน (+ อาหารเสริม)
ค่าเหล่านี้เป็นค่าโดยประมาณ ให้ดูสัญญาณอิ่มหิวของลูกเป็นหลัก
แรกเกิด (วันแรก): 5–15 มล./มื้อ · 8–12 มื้อ/วัน
สัปดาห์แรก: 30–60 มล./มื้อ · 8–12 มื้อ/วัน
1 เดือน: 60–120 มล./มื้อ · 7–8 มื้อ/วัน
2 เดือน: 90–150 มล./มื้อ · 6–7 มื้อ/วัน
3–4 เดือน: 120–180 มล./มื้อ · 5–6 มื้อ/วัน
5–6 เดือน: 150–210 มล./มื้อ · 4–5 มื้อ/วัน
6–12 เดือน: 180–240 มล./มื้อ · 3–5 มื้อ/วัน (+ อาหารเสริม)
ค่าเหล่านี้เป็นค่าโดยประมาณ ให้ดูสัญญาณอิ่มหิวของลูกเป็นหลัก
ลูกกินนมน้อย ควรทำอย่างไร?
ก่อนอื่นต้องแน่ใจว่า "กินน้อย" จริงๆ โดยดูจาก:
✅ น้ำหนักขึ้นปกติ? (ทารกควรขึ้น 150–200 กรัม/สัปดาห์ในเดือนแรก)
✅ ผ้าอ้อมเปียก 6 ผืนขึ้นไป/วัน?
✅ ดูแข็งแรง ตาสดใส?
ถ้าตอบ "ใช่" ทั้งหมด — อาจไม่ได้กินน้อย เพียงแต่กินได้น้อยกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งปกติมาก
สาเหตุที่ลูกกินน้อย: กำลังป่วย / ฟันขึ้น / Growth Spurt ลง / อุณหภูมิห้องเปลี่ยน
ถ้ากังวลเรื่องน้ำหนักหรืออาการ ควรพบกุมารแพทย์
✅ น้ำหนักขึ้นปกติ? (ทารกควรขึ้น 150–200 กรัม/สัปดาห์ในเดือนแรก)
✅ ผ้าอ้อมเปียก 6 ผืนขึ้นไป/วัน?
✅ ดูแข็งแรง ตาสดใส?
ถ้าตอบ "ใช่" ทั้งหมด — อาจไม่ได้กินน้อย เพียงแต่กินได้น้อยกว่าค่าเฉลี่ย ซึ่งปกติมาก
สาเหตุที่ลูกกินน้อย: กำลังป่วย / ฟันขึ้น / Growth Spurt ลง / อุณหภูมิห้องเปลี่ยน
ถ้ากังวลเรื่องน้ำหนักหรืออาการ ควรพบกุมารแพทย์
ควรให้นมตามนาฬิกา หรือตามที่ลูกร้อง?
WHO, AAP และ La Leche League แนะนำ "On-Demand Feeding" คือให้นมเมื่อลูกแสดงสัญญาณหิว ไม่ใช่ตามเวลาตายตัว
ข้อดีของ On-Demand:
• ลูกได้นมตามที่ต้องการจริงๆ ไม่กินมากหรือน้อยเกินไป
• กระตุ้นการสร้างน้ำนมแม่ (ยิ่งดูดมาก ยิ่งผลิตมาก)
• ป้องกันการ Overfeed ในลูกที่กินนมขวด
ข้อยกเว้น: ทารกแรกเกิดที่น้ำหนักน้อยหรือคลอดก่อนกำหนด อาจต้องปลุกกินทุก 2–3 ชั่วโมง ตามคำแนะนำแพทย์
ข้อดีของ On-Demand:
• ลูกได้นมตามที่ต้องการจริงๆ ไม่กินมากหรือน้อยเกินไป
• กระตุ้นการสร้างน้ำนมแม่ (ยิ่งดูดมาก ยิ่งผลิตมาก)
• ป้องกันการ Overfeed ในลูกที่กินนมขวด
ข้อยกเว้น: ทารกแรกเกิดที่น้ำหนักน้อยหรือคลอดก่อนกำหนด อาจต้องปลุกกินทุก 2–3 ชั่วโมง ตามคำแนะนำแพทย์
นมแม่กับนมผง ต่างกันอย่างไรในเรื่องปริมาณ?
นมแม่ (Breast Milk):
• ย่อยง่ายและเร็วกว่า (~1.5 ชั่วโมง) → ลูกหิวบ่อยกว่า → กินมื้อละน้อยกว่าแต่บ่อยกว่า
• ปริมาณยืดหยุ่น วัดได้ยาก แต่ลูกจะควบคุมเองด้วยการดูด
• ส่วนประกอบเปลี่ยนตามความต้องการของลูก
นมผง (Formula):
• ย่อยช้ากว่า (~3–4 ชั่วโมง) → ลูกอิ่มนานกว่า → กินห่างขึ้น
• วัดปริมาณได้แน่นอนกว่า
• ต้องระวัง Overfeed มากกว่า เพราะขวดนมทำให้ดูดง่าย
ปริมาณที่แนะนำในเครื่องคำนวณนี้ใช้ได้กับทั้งสองประเภท แต่ลูกที่กินนมแม่อาจต้องการมื้อเพิ่ม
• ย่อยง่ายและเร็วกว่า (~1.5 ชั่วโมง) → ลูกหิวบ่อยกว่า → กินมื้อละน้อยกว่าแต่บ่อยกว่า
• ปริมาณยืดหยุ่น วัดได้ยาก แต่ลูกจะควบคุมเองด้วยการดูด
• ส่วนประกอบเปลี่ยนตามความต้องการของลูก
นมผง (Formula):
• ย่อยช้ากว่า (~3–4 ชั่วโมง) → ลูกอิ่มนานกว่า → กินห่างขึ้น
• วัดปริมาณได้แน่นอนกว่า
• ต้องระวัง Overfeed มากกว่า เพราะขวดนมทำให้ดูดง่าย
ปริมาณที่แนะนำในเครื่องคำนวณนี้ใช้ได้กับทั้งสองประเภท แต่ลูกที่กินนมแม่อาจต้องการมื้อเพิ่ม
เมื่อไหรถึงเริ่มอาหารเสริม และนมลดลงแค่ไหน?
WHO และ AAP แนะนำเริ่มอาหารเสริมตอนอายุ 6 เดือน (ไม่ก่อน 4 เดือน) เมื่อลูกพร้อม:
✅ นั่งพิงได้เอง (มีการควบคุมศีรษะ)
✅ สนใจอาหารของผู้ใหญ่
✅ ลดการดันลิ้นออก (Tongue Thrust Reflex ลดลง)
ปริมาณนมหลังเริ่มอาหารเสริม:
• 6–9 เดือน: ยังเน้นนมเป็นหลัก อาหารเสริมเป็น "ลิ้มรส" — นม 700–900 มล./วัน
• 9–12 เดือน: อาหารแข็งเริ่มสำคัญขึ้น — นม 500–700 มล./วัน
• 12 เดือน+: อาหารเป็นหลัก นมเสริม ไม่เกิน 500 มล./วัน
อย่าลดนมเร็วเกินไป เพราะนมยังเป็นแหล่งสำคัญของ แคลเซียม โปรตีน และวิตามินในปีแรก
✅ นั่งพิงได้เอง (มีการควบคุมศีรษะ)
✅ สนใจอาหารของผู้ใหญ่
✅ ลดการดันลิ้นออก (Tongue Thrust Reflex ลดลง)
ปริมาณนมหลังเริ่มอาหารเสริม:
• 6–9 เดือน: ยังเน้นนมเป็นหลัก อาหารเสริมเป็น "ลิ้มรส" — นม 700–900 มล./วัน
• 9–12 เดือน: อาหารแข็งเริ่มสำคัญขึ้น — นม 500–700 มล./วัน
• 12 เดือน+: อาหารเป็นหลัก นมเสริม ไม่เกิน 500 มล./วัน
อย่าลดนมเร็วเกินไป เพราะนมยังเป็นแหล่งสำคัญของ แคลเซียม โปรตีน และวิตามินในปีแรก
น้ำหนักลูกไม่ขึ้น ควรทำอย่างไร?
น้ำหนักเกณฑ์ปกติในปีแรก:
1–3 เดือน: ขึ้น 150–200 กรัม/สัปดาห์
3–6 เดือน: ขึ้น 100–150 กรัม/สัปดาห์
6–12 เดือน: ขึ้น 70–100 กรัม/สัปดาห์
ถ้าน้ำหนักไม่ขึ้น หรือลดลงมากกว่า 10% จากน้ำหนักแรกเกิด ภายใน 1 สัปดาห์ — ควรพบแพทย์ทันที
สาเหตุที่ต้องตรวจสอบ: ลูกดูดไม่มีประสิทธิภาพ / น้ำนมแม่น้อย / ลูกป่วย / ปัญหาการกลืน
1–3 เดือน: ขึ้น 150–200 กรัม/สัปดาห์
3–6 เดือน: ขึ้น 100–150 กรัม/สัปดาห์
6–12 เดือน: ขึ้น 70–100 กรัม/สัปดาห์
ถ้าน้ำหนักไม่ขึ้น หรือลดลงมากกว่า 10% จากน้ำหนักแรกเกิด ภายใน 1 สัปดาห์ — ควรพบแพทย์ทันที
สาเหตุที่ต้องตรวจสอบ: ลูกดูดไม่มีประสิทธิภาพ / น้ำนมแม่น้อย / ลูกป่วย / ปัญหาการกลืน