👶 น้ำหนักส่วนสูงเด็กตามเกณฑ์ — ประเมินการเจริญเติบโต 0–18 ปี
กรอกอายุ เพศ น้ำหนัก และส่วนสูงของเด็ก — ระบบจะประเมินน้ำหนักตามเกณฑ์อายุ และส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ พร้อมบอก Percentile ว่าเด็กอยู่ในระดับไหน
👶 ประเมินน้ำหนัก–ส่วนสูงเด็กตามเกณฑ์
กรอกข้อมูลเด็ก → รู้ผลทันทีว่าอยู่ Percentile ไหน
เกณฑ์ชายและหญิงแตกต่างกัน
ใช้คำนวณอายุอัตโนมัติ
ชั่งน้ำหนักเปลือยหรือสวมเสื้อผ้าบาง
เด็กอายุ <2 ปี วัดความยาวนอน
—
—
—
—
📊 Percentile น้ำหนักตามเกณฑ์อายุ
ต่ำมากต่ำปกติสูงสูงมาก
—
📏 Percentile ส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ
เตี้ยมากเตี้ยปกติสูงสูงมาก
—
📋 ช่วงน้ำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์อายุนี้
หมายเหตุ: ผลการประเมินนี้เป็นการคัดกรองเบื้องต้นโดยอ้างอิงเกณฑ์มาตรฐาน
ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ ควรพบกุมารแพทย์หากมีข้อกังวล
เด็กแต่ละคนมีพันธุกรรมและอัตราเติบโตที่แตกต่างกัน
ตารางน้ำหนักส่วนสูงเด็กตามเกณฑ์ — เด็กชาย (WHO + กรมอนามัย)
| อายุ | น้ำหนักต่ำ (<-2SD) | น้ำหนักปกติ (Median) | น้ำหนักสูง (>+2SD) | ส่วนสูงต่ำ (<-2SD) | ส่วนสูงปกติ (Median) | ส่วนสูงสูง (>+2SD) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| แรกเกิด | <2.5 กก. | 3.3 กก. | >4.4 กก. | <46.1 ซม. | 49.9 ซม. | >53.7 ซม. |
| 3 เดือน | <4.4 กก. | 6.0 กก. | >7.9 กก. | <57.3 ซม. | 61.4 ซม. | >65.5 ซม. |
| 6 เดือน | <6.0 กก. | 7.9 กก. | >10.2 กก. | <63.3 ซม. | 67.6 ซม. | >71.9 ซม. |
| 9 เดือน | <7.1 กก. | 9.2 กก. | >11.9 กก. | <68.0 ซม. | 72.3 ซม. | >76.6 ซม. |
| 1 ปี | <7.7 กก. | 9.6 กก. | >12.3 กก. | <71.0 ซม. | 75.7 ซม. | >80.5 ซม. |
| 1.5 ปี | <8.8 กก. | 11.1 กก. | >14.4 กก. | <76.9 ซม. | 82.3 ซม. | >87.7 ซม. |
| 2 ปี | <9.7 กก. | 12.2 กก. | >15.3 กก. | <81.7 ซม. | 87.8 ซม. | >94.0 ซม. |
| 3 ปี | <11.3 กก. | 14.3 กก. | >18.3 กก. | <88.7 ซม. | 96.1 ซม. | >103.5 ซม. |
| 4 ปี | <12.7 กก. | 16.3 กก. | >21.2 กก. | <94.9 ซม. | 103.3 ซม. | >111.7 ซม. |
| 5 ปี | <14.1 กก. | 18.3 กก. | >24.2 กก. | <100.7 ซม. | 110.0 ซม. | >119.2 ซม. |
| 7 ปี | <17.0 กก. | 22.9 กก. | >33.0 กก. | <111.2 ซม. | 122.0 ซม. | >132.8 ซม. |
| 10 ปี | <22.0 กก. | 31.5 กก. | >48.0 กก. | <124.2 ซม. | 137.5 ซม. | >150.8 ซม. |
| 12 ปี | <26.0 กก. | 38.0 กก. | >58.0 กก. | <131.5 ซม. | 149.1 ซม. | >160.0 ซม. |
| 15 ปี | <40.0 กก. | 53.0 กก. | >71.0 กก. | <153.0 ซม. | 166.0 ซม. | >180.0 ซม. |
| 18 ปี | <49.0 กก. | 62.0 กก. | >80.0 กก. | <158.0 ซม. | 170.0 ซม. | >182.0 ซม. |
ตารางน้ำหนักส่วนสูงเด็กตามเกณฑ์ — เด็กหญิง (WHO + กรมอนามัย)
| อายุ | น้ำหนักต่ำ (<-2SD) | น้ำหนักปกติ (Median) | น้ำหนักสูง (>+2SD) | ส่วนสูงต่ำ (<-2SD) | ส่วนสูงปกติ (Median) | ส่วนสูงสูง (>+2SD) |
|---|---|---|---|---|---|---|
| แรกเกิด | <2.4 กก. | 3.2 กก. | >4.2 กก. | <45.4 ซม. | 49.1 ซม. | >52.9 ซม. |
| 3 เดือน | <4.1 กก. | 5.4 กก. | >7.4 กก. | <55.6 ซม. | 59.8 ซม. | >64.0 ซม. |
| 6 เดือน | <5.7 กก. | 7.3 กก. | >9.3 กก. | <61.2 ซม. | 65.7 ซม. | >70.3 ซม. |
| 9 เดือน | <6.7 กก. | 8.5 กก. | >10.9 กก. | <65.6 ซม. | 70.1 ซม. | >74.7 ซม. |
| 1 ปี | <7.1 กก. | 8.9 กก. | >11.5 กก. | <68.9 ซม. | 74.0 ซม. | >79.2 ซม. |
| 1.5 ปี | <8.2 กก. | 10.2 กก. | >13.2 กก. | <74.9 ซม. | 80.7 ซม. | >86.5 ซม. |
| 2 ปี | <9.0 กก. | 11.5 กก. | >14.5 กก. | <80.0 ซม. | 86.4 ซม. | >92.9 ซม. |
| 3 ปี | <10.8 กก. | 13.9 กก. | >17.7 กก. | <87.4 ซม. | 95.1 ซม. | >102.7 ซม. |
| 4 ปี | <12.3 กก. | 16.1 กก. | >20.9 กก. | <94.1 ซม. | 102.7 ซม. | >111.3 ซม. |
| 5 ปี | <13.7 กก. | 18.2 กก. | >24.0 กก. | <99.9 ซม. | 109.4 ซม. | >118.9 ซม. |
| 7 ปี | <16.5 กก. | 22.4 กก. | >32.0 กก. | <110.8 ซม. | 121.7 ซม. | >132.6 ซม. |
| 10 ปี | <22.0 กก. | 32.0 กก. | >50.0 กก. | <124.6 ซม. | 138.6 ซม. | >152.6 ซม. |
| 12 ปี | <28.0 กก. | 41.0 กก. | >60.0 กก. | <136.0 ซม. | 151.5 ซม. | >163.0 ซม. |
| 15 ปี | <38.0 กก. | 50.0 กก. | >66.0 กก. | <149.0 ซม. | 159.0 ซม. | >169.0 ซม. |
| 18 ปี | <43.0 กก. | 52.0 กก. | >67.0 กก. | <151.0 ซม. | 161.0 ซม. | >171.0 ซม. |
ความหมายของ Z-Score / Percentile ในเกณฑ์เด็ก
สูงมาก / อ้วน (+2SD ขึ้นไป · Pct ≥97)
น้ำหนัก/ส่วนสูงสูงกว่าเด็ก 97% ในช่วงอายุเดียวกัน อาจเสี่ยงโรคอ้วนในเด็ก
ค่อนข้างสูง (+1.5SD · Pct 75–97)
เฝ้าระวัง อาจมีแนวโน้มน้ำหนักเกิน ควรดูแลโภชนาการ
ปกติ (-1.5SD ถึง +1.5SD · Pct 10–90)
อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน การเจริญเติบโตเหมาะสมกับช่วงอายุ
ค่อนข้างต่ำ (-2SD ถึง -1.5SD · Pct 3–10)
ต่ำกว่าเกณฑ์เล็กน้อย ควรเฝ้าระวังและติดตามการเติบโต
ต่ำมาก (ต่ำกว่า -2SD · Pct <3)
ต่ำกว่าเกณฑ์มาก อาจเสี่ยงภาวะทุพโภชนาการ ควรพบแพทย์
พัฒนาการและการเจริญเติบโตในแต่ละช่วงวัย
แรกเกิด – 1 ปี
ช่วงเติบโตเร็วที่สุด
น้ำหนักเพิ่มขึ้น 3 เท่าภายใน 1 ปี ส่วนสูงเพิ่ม 25–30 ซม./ปี สมองพัฒนาถึง 70% ของผู้ใหญ่ นมแม่หรือนมสูตรครบถ้วน + เริ่มอาหารเสริมเมื่อ 6 เดือน
1–5 ปี
วัยก่อนเรียน
ส่วนสูงเพิ่ม 5–8 ซม./ปี น้ำหนักเพิ่ม 1.5–2.5 กก./ปี พัฒนาการด้านภาษา การเคลื่อนไหว สังคม ควรตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนตามตาราง
6–11 ปี
วัยเรียน
ส่วนสูงเพิ่ม 4–6 ซม./ปี น้ำหนักเพิ่ม 2–3 กก./ปี ช่วงนี้กล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแรงขึ้น ควรออกกำลังกาย 60 นาที/วัน หลีกเลี่ยงขนมหวานและอาหารแปรรูป
12–18 ปี
วัยรุ่น (Puberty)
ช่วง Growth Spurt ส่วนสูงเพิ่ม 8–12 ซม./ปีในช่วงพีค เด็กหญิง spurt เร็วกว่าเด็กชาย 2 ปี ฮอร์โมนเพิ่ม ต้องการพลังงาน แคลเซียม และธาตุเหล็กมากขึ้น
วิธีส่งเสริมการเจริญเติบโตของเด็กให้สมวัย
นม — แคลเซียมสำหรับกระดูก
เด็ก 1–3 ปี ควรดื่มนม 2 แก้ว/วัน เด็ก 4–8 ปี 2–3 แก้ว/วัน วัยรุ่น 3 แก้ว/วัน แคลเซียมจากนมช่วยสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง
โปรตีน — สร้างกล้ามเนื้อและสูง
เด็กต้องการโปรตีน 1–1.5 กรัม/กก. น้ำหนักตัว/วัน แหล่งโปรตีนดี: ไข่ ปลา เนื้อไก่ ถั่วเมล็ดแห้ง หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารแปรรูปสูง
วิตามิน D — ดูดซึมแคลเซียม
วิตามิน D ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น รับวิตามิน D จากแสงแดดเช้า 15–20 นาที/วัน หรือจากอาหาร เช่น ปลาทะเล ไข่ นมเสริมวิตามิน D
นอนหลับ — Growth Hormone สูงสุด
ฮอร์โมนการเจริญเติบโต (GH) หลั่งมากที่สุดช่วงหลับลึก เด็ก 1–3 ปี นอน 12–14 ชม./วัน เด็กวัยเรียน 9–11 ชม. วัยรุ่น 8–10 ชม. ควรนอนก่อน 22.00 น.
ออกกำลังกาย — กระตุ้นกระดูกยาว
กีฬาที่ช่วยให้สูง เช่น ว่ายน้ำ บาสเกตบอล วอลเลย์บอล กระโดดเชือก เด็กควรออกกำลังกาย อย่างน้อย 60 นาที/วัน 5 วัน/สัปดาห์
ผักผลไม้ — วิตามินและแร่ธาตุ
สังกะสี (Zinc) ในเนื้อสัตว์ ถั่ว เมล็ดพืช ช่วยการเจริญเติบโตของเซลล์ วิตามิน A ในผักใบเขียว ช่วยพัฒนาการด้านสายตาและภูมิคุ้มกัน
คำถามที่พบบ่อย เรื่องน้ำหนักส่วนสูงเด็กตามเกณฑ์
น้ำหนักส่วนสูงเด็กตามเกณฑ์คืออะไร ใช้อ้างอิงจากที่ไหน?
เกณฑ์การเจริญเติบโตของเด็กคือช่วงน้ำหนักและส่วนสูงที่เด็กที่มีสุขภาพดี
ควรอยู่ในช่วงนั้นตามอายุและเพศ
สำหรับเด็กไทย ใช้เกณฑ์อ้างอิง 2 ชุดหลัก:
• อายุ 0–5 ปี: WHO Child Growth Standards 2006 ซึ่งเก็บข้อมูลจากเด็กสุขภาพดีใน 6 ประเทศทั่วโลก
• อายุ 6–18 ปี: เกณฑ์อ้างอิงกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 2564 ซึ่งเก็บข้อมูลจากเด็กไทยจริง 46,587 คน ใน 16 จังหวัดทั่วประเทศ
สำหรับเด็กไทย ใช้เกณฑ์อ้างอิง 2 ชุดหลัก:
• อายุ 0–5 ปี: WHO Child Growth Standards 2006 ซึ่งเก็บข้อมูลจากเด็กสุขภาพดีใน 6 ประเทศทั่วโลก
• อายุ 6–18 ปี: เกณฑ์อ้างอิงกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 2564 ซึ่งเก็บข้อมูลจากเด็กไทยจริง 46,587 คน ใน 16 จังหวัดทั่วประเทศ
Percentile คืออะไร? เด็กควรอยู่ที่ Percentile ไหน?
Percentile คือลำดับของเด็กเมื่อเปรียบเทียบกับเด็กอื่นในวัยเดียวกัน
เช่น น้ำหนัก Percentile 75 หมายความว่าเด็กหนักกว่าเด็ก 75% ในวัยเดียวกัน
ช่วงปกติ: Percentile 10–90 (Z-score -1.5 ถึง +1.5)
เฝ้าระวัง: Percentile 3–10 หรือ 90–97
ผิดปกติ: ต่ำกว่า Percentile 3 หรือสูงกว่า Percentile 97
สิ่งสำคัญคือ เด็กแต่ละคนมีพันธุกรรมที่แตกต่างกัน เด็กบางคนอาจอยู่ Percentile 10 อย่างสม่ำเสมอ แต่ถ้าไม่มีการ "ตกเส้น" ก็ถือว่าปกติ
เช่น น้ำหนัก Percentile 75 หมายความว่าเด็กหนักกว่าเด็ก 75% ในวัยเดียวกัน
ช่วงปกติ: Percentile 10–90 (Z-score -1.5 ถึง +1.5)
เฝ้าระวัง: Percentile 3–10 หรือ 90–97
ผิดปกติ: ต่ำกว่า Percentile 3 หรือสูงกว่า Percentile 97
สิ่งสำคัญคือ เด็กแต่ละคนมีพันธุกรรมที่แตกต่างกัน เด็กบางคนอาจอยู่ Percentile 10 อย่างสม่ำเสมอ แต่ถ้าไม่มีการ "ตกเส้น" ก็ถือว่าปกติ
เด็กผอมหรืออ้วนเกินเกณฑ์ ต้องทำอย่างไร?
กรณีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ (-2SD ขึ้นไป):
• เพิ่มมื้ออาหารเป็น 3 มื้อหลัก + 2–3 มื้อว่าง
• เพิ่มโปรตีนและแคลอรี่ที่มีคุณภาพ เช่น ไข่ นม ปลา
• ตรวจหาสาเหตุอื่น เช่น การติดเชื้อ ปัญหาการดูดกลืน โรคเรื้อรัง
• พบกุมารแพทย์หรือนักโภชนาการเด็ก
กรณีน้ำหนักมากกว่าเกณฑ์ (+2SD ขึ้นไป):
• ลดอาหารที่มีน้ำตาลสูงและไขมันอิ่มตัว
• เพิ่มผักผลไม้และโปรตีนไม่ติดมัน
• ออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อย 60 นาที/วัน
• ไม่ควรให้เด็กลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ควรปรึกษาแพทย์
• เพิ่มมื้ออาหารเป็น 3 มื้อหลัก + 2–3 มื้อว่าง
• เพิ่มโปรตีนและแคลอรี่ที่มีคุณภาพ เช่น ไข่ นม ปลา
• ตรวจหาสาเหตุอื่น เช่น การติดเชื้อ ปัญหาการดูดกลืน โรคเรื้อรัง
• พบกุมารแพทย์หรือนักโภชนาการเด็ก
กรณีน้ำหนักมากกว่าเกณฑ์ (+2SD ขึ้นไป):
• ลดอาหารที่มีน้ำตาลสูงและไขมันอิ่มตัว
• เพิ่มผักผลไม้และโปรตีนไม่ติดมัน
• ออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อย 60 นาที/วัน
• ไม่ควรให้เด็กลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ควรปรึกษาแพทย์
ลูกเตี้ยกว่าเกณฑ์ จะช่วยให้สูงขึ้นได้อย่างไร?
ปัจจัยที่มีผลต่อส่วนสูงมากที่สุดคือ พันธุกรรม 60–80% ที่เหลือเป็นปัจจัยสภาพแวดล้อม
สิ่งที่ทำได้:
• นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ (GH หลั่งช่วงหลับลึก)
• รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ เน้นโปรตีน แคลเซียม สังกะสี
• ออกกำลังกายที่ช่วยกระตุ้นกระดูก เช่น กระโดด วิ่ง ว่ายน้ำ
• รับแสงแดดเพื่อรับวิตามิน D
• หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ แอลกอฮอล์ และสารพิษ
หากเด็กเตี้ยต่ำกว่า -2SD ควรพบ กุมารแพทย์ต่อมไร้ท่อ เพื่อตรวจว่ามีภาวะ Growth Hormone Deficiency หรือโรคอื่นๆ ที่รักษาได้หรือไม่
สิ่งที่ทำได้:
• นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ (GH หลั่งช่วงหลับลึก)
• รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ เน้นโปรตีน แคลเซียม สังกะสี
• ออกกำลังกายที่ช่วยกระตุ้นกระดูก เช่น กระโดด วิ่ง ว่ายน้ำ
• รับแสงแดดเพื่อรับวิตามิน D
• หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ แอลกอฮอล์ และสารพิษ
หากเด็กเตี้ยต่ำกว่า -2SD ควรพบ กุมารแพทย์ต่อมไร้ท่อ เพื่อตรวจว่ามีภาวะ Growth Hormone Deficiency หรือโรคอื่นๆ ที่รักษาได้หรือไม่
ควรพาเด็กไปชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงบ่อยแค่ไหน?
แนวทางของกรมอนามัยและกุมารแพทย์แนะนำให้ติดตามการเจริญเติบโต:
• 0–1 ปี: ทุก 1 เดือน (พร้อมรับวัคซีน)
• 1–3 ปี: ทุก 2–3 เดือน
• 3–6 ปี: ทุก 6 เดือน
• 6 ปีขึ้นไป: อย่างน้อยปีละ 1–2 ครั้ง
สิ่งที่สำคัญไม่ใช่แค่ค่าเดียว แต่คือ แนวโน้ม (Trend) ว่าเด็กเติบโตสม่ำเสมอตามเส้น Percentile เดิมหรือไม่
• 0–1 ปี: ทุก 1 เดือน (พร้อมรับวัคซีน)
• 1–3 ปี: ทุก 2–3 เดือน
• 3–6 ปี: ทุก 6 เดือน
• 6 ปีขึ้นไป: อย่างน้อยปีละ 1–2 ครั้ง
สิ่งที่สำคัญไม่ใช่แค่ค่าเดียว แต่คือ แนวโน้ม (Trend) ว่าเด็กเติบโตสม่ำเสมอตามเส้น Percentile เดิมหรือไม่
เด็กที่คลอดก่อนกำหนด คำนวณอายุอย่างไร?
เด็กที่คลอดก่อนกำหนด (Preterm) ควรใช้ อายุแก้ไข (Corrected Age)
แทนอายุตามปฏิทิน จนถึงอายุ 2 ปี
สูตรคำนวณ: อายุแก้ไข = อายุตามปฏิทิน – จำนวนสัปดาห์ที่คลอดก่อนกำหนด
ตัวอย่าง: เด็กอายุ 6 เดือน คลอดก่อนกำหนด 8 สัปดาห์ (2 เดือน)
อายุแก้ไข = 6 – 2 = 4 เดือน → ใช้เกณฑ์ 4 เดือนในการประเมิน
หลังอายุ 2 ปี ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องปรับอายุอีกต่อไป
สูตรคำนวณ: อายุแก้ไข = อายุตามปฏิทิน – จำนวนสัปดาห์ที่คลอดก่อนกำหนด
ตัวอย่าง: เด็กอายุ 6 เดือน คลอดก่อนกำหนด 8 สัปดาห์ (2 เดือน)
อายุแก้ไข = 6 – 2 = 4 เดือน → ใช้เกณฑ์ 4 เดือนในการประเมิน
หลังอายุ 2 ปี ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องปรับอายุอีกต่อไป