การลาดตระเวนกลางคืน (The Night Watch)

ภาพกองทหารที่กำลังเคลื่อนไหว ผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเร็มบรันต์ วาดด้วยแสงและเงาอันงดงาม

ภาพรวม

การลาดตระเวนกลางคืน ชื่อเต็มคือ "ภาพนายร้อยฟรันส์ บันนิง โกก สั่งกองร้อยของตนเดินแถว" เป็นผลงานชิ้นเอกของเร็มบรันต์ วาดเสร็จในปี ค.ศ. 1642 ปัจจุบันเป็นสมบัติสำคัญที่สุดของไรก์สมีเซียม กรุงอัมสเตอร์ดัม และเป็นภาพหมู่ที่โด่งดังที่สุดในโลก

ไม่ใช่การยืนนิ่งเพื่อถ่ายรูปหมู่

ภาพวาดกลุ่มทหารในสมัยนั้นมักจัดเรียงตัวเป็นแถวระเบียบแบบแกลเลอรีใบหน้า แต่เร็มบรันต์เลือกที่จะวาดกองร้อยกำลังก้าวเดินออกมาในจังหวะเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยชีวิต ทั้งมือกลองที่เตรียมตีกลอง นายร้อยที่กำลังออกคำสั่ง ธงที่โบกสะบัด และสุนัขที่วิ่งเล่นอยู่ระหว่างขา

การจัดแสงอันน่าตื่นตานี้เองที่ทำให้ภาพมีชื่อเรียกติดปากว่า The Night Watch แม้จริง ๆ แล้วฉากนั้นเกิดในเวลากลางวัน คราบวานิชเก่าที่คล้ำลงในหลายศตวรรษทำให้ผู้คนเข้าใจว่ามันเป็นฉากกลางคืน

The Night Watch (การลาดตระเวนกลางคืน) · เร็มบรันต์ · ค.ศ. 1642
The Night Watch (การลาดตระเวนกลางคืน) · เร็มบรันต์ · ค.ศ. 1642

เรื่องราวของนายร้อย

ภาพนี้เป็นภาพหมู่เพื่อความทรงจำของกองร้อยทหารอาสาของนครอัมสเตอร์ดัม โดยมีนายร้อยฟรันส์ บันนิง โกก และรองนายร้อยเป็นบุคคลสำคัญ ภาพถูกสร้างขึ้นเพื่อประดับห้องประชุมของหน่วย

ราวกลางศตวรรษที่ 19 ภาพถูกตัดขอบทั้งสี่ด้านเพื่อให้เข้ากับผนังห้อง ทำให้ส่วนสำคัญบางส่วน เช่น ธงสองผืนและทหารสองนายที่อยู่ด้านข้าง สูญหายไปอย่างน่าเสียดาย

ภาพที่พิพิธภัณฑ์หมั่นดูแลตลอดเวลา

ไรก์สมีเซียมจัดแสดงภาพนี้เป็นจุดศูนย์กลางของพิพิธภัณฑ์ มีกล้องถ่ายภาพความละเอียดสูงบันทึกภาพไว้ตลอด และระหว่างปี ค.ศ. 2019–2021 ได้เปิดโครงการบูรณะภาพนี้ต่อสาธารณะให้ผู้คนได้ชมงานอนุรักษ์แบบสด ๆ ผ่านกระจก

ผลงานนี้กลายเป็นต้นแบบของการทลายขนบภาพหมู่แบบเดิม และเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินหลายรุ่นกลับมาคิดถึงการจัดองค์ประกอบอย่างกล้าหาญ

สิ่งที่ควรสังเกตเมื่อดูภาพนี้

  • แสงทองที่สาดลงบนนายร้อยและรองนายร้อย กลางกองทหารที่มืดรอบข้าง
  • หญิงสาวถือไก่ขาวอยู่ด้านหลัง โดยมีเล็บไก่ติดอยู่เข็มขัด เป็นสัญลักษณ์ของกองทหารปืนคาบศิลา
  • สุนัขตัวน้อยที่วิ่งเล่นอยู่ใต้ขาทหาร เพิ่มความเป็นจริงให้ฉาก
  • มือกลองกำลังเตรียมตีกลอง เปิดจังหวะให้ทหารเดินแถว
  • ตัวละครแต่ละตัวมีท่าทางต่างกัน ไม่มีใครยืนนิ่งเหมือนภาพหมู่ทั่วไป

ขนาดที่ตั้งใจให้ยิ่งใหญ่

ภาพนี้มีขนาด 363 × 437 เซนติเมตร ยิ่งใหญ่กว่าภาพหมู่ทั่วไปในยุคนั้นมาก เร็มบรันต์ตั้งใจให้สมาชิกกองร้อยทุกคนมองเห็นตัวเอง อย่างมีเกียรติ แต่เขากลับจัดวางสมาชิกบางคนให้ถูกบดบัง ทำให้เกิดข้อร้องเรียนจากผู้ว่าจ้างที่ไม่พอใจ และกลายเป็นตำนานที่เล่าขานถึงความดื้อรั้นของศิลปิน

หลายทศวรรษต่อมาภาพถูกตัดขอบทั้งสี่ด้านเพื่อให้พอดีกับผนังห้อง ทำให้ทหารสองนาย ธงสองผืน และสะพานบางส่วนหายไปอย่างถาวร ร่องรอยการตัดยังเห็นได้จนทุกวันนี้

แสงเงาแบบ chiaroscuro

เร็มบรันต์เป็นปรมาจารย์แห่งการใช้แสงเงาแบบ chiaroscuro คือการตัดกันของแสงจัดกับเงามืดเพื่อสร้างอารมณ์และมิติ ในภาพนี้แสงไม่ได้กระจายทั่วฉาก แต่สาดลงเฉพาะจุดสำคัญ ดึงสายตาผู้ชมให้ไล่ตามเรื่องราว

เทคนิคนี้ทำให้ภาพดูราวกับเหตุการณ์กำลังเกิดขึ้นจริงต่อหน้าเรา และกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้เร็มบรันต์แตกต่างจากจิตรกรร่วมสมัยทุกคน

แหล่งอ้างอิง

  1. ไรก์สมีเซียม กรุงอัมสเตอร์ดัม (เว็บไซต์พิพิธภัณฑ์) ↗
  2. บทความ The Night Watch — Wikipedia ภาษาอังกฤษ ↗

ภาพตัวอย่างในหน้านี้มาจาก Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ) นำมาใช้เพื่อการศึกษาและสื่อสารความรู้ศิลปะเท่านั้น

ผลงานชิ้นเอกอื่น ๆ

คุณอาจสนใจ

ดูทั้งหมด →