คืนดาว (The Starry Night)
ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่หมุนวนด้วยเส้นสี งานชิ้นนี้วาดจากจินตนาการและความทรงจำ
อ่านเรื่องราว →ภาพที่ใคร ๆ ก็รู้จัก รอยยิ้มลึกลับและเทคนิค sfumato ที่ทำให้ภาพดูมีชีวิต
โมนาลิซา เป็นภาพวาดบุคคลของหญิงสาวผู้มีรอยยิ้มลึกลับ ฝีมือเลโอนาร์โด ดา วินชี จิตรกรอัจฉริยะยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา วาดขึ้นราวปี ค.ศ. 1503–1519 ภาพนี้ถูกขนานนามว่าเป็นภาพวาด ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก จากเทคนิคอันล้ำยุค เรื่องราวลึกลับรอบตัวภาพ และเหตุการณ์โจรกรรมสุดอื้อฉาว
หญิงในภาพสันนิษฐานว่าเป็น ลิซา เกราร์ดินี ภรรยาของฟรันเชสโก เดล จีโอโกนโด พ่อค้าชาวฟลอเรนซ์ ภาพจึงมีอีกชื่อว่า La Gioconda (อิตาลี) หรือ La Joconde (ฝรั่งเศส) ซึ่งมาจากชื่อสกุลของเธอ
เลโอนาร์โด ดา วินชี (ค.ศ. 1452–1519) คือสุดยอดคนเก่งรอบด้าน ทั้งจิตรกร ประติมากร นักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์ และนักกายวิภาคศาสตร์ เขาเชื่อว่าศิลปะต้องอาศัยการสังเกตธรรมชาติอย่างแท้จริง จึงผ่าศึกษากายวิภาค ของมนุษย์ และสังเกตแสงเงาอย่างละเอียดเพื่อถ่ายทอดลงในภาพ
ดา วินชีใช้เวลาหลายปีในการวาดโมนาลิซาและมักพกภาพไปด้วยตลอดชีวิตจนเสียชีวิต งานชิ้นนี้จึงสะสมชั้นสี และรายละเอียดอย่างน่าทึ่ง
สิ่งที่ทำให้โมนาลิซาเหนือกาลเวลาคือเทคนิค sfumato (แปลว่า "ควันจาง ๆ") คือการไล่โทนสีอย่างละเอียด จนเส้นขอบระหว่างแสงและเงาแทบมองไม่เห็น ราวกับมีหมอกบาง ๆ ปกคลุม ทำให้ใบหน้าและรอยยิ้มดูนุ่มนวลมีชีวิต
ดา วินชีไม่ได้วาดเส้นกรอบใบหน้าชัดเจนเหมือนศิลปินยุคเดียวกัน แต่ใช้ชั้นสีบาง ๆ ทาบทับกันหลายสิบชั้น ทำให้รอยยิ้มของโมนาลิซาเปลี่ยนแปลงไปเมื่อมองจากมุมต่าง ๆ จนเกิดเป็นปริศนาที่มีคนพยายามไขความหมายไม่รู้จบ
ในปี ค.ศ. 1911 โมนาลิซาถูกโจรกรรมจากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ โดยพนักงานพิพิธภัณฑ์ชาวอิตาลีชื่อ วินเชนโซ เปรุจจา ผู้ซ่อนภาพไว้ใต้เสื้อโค้ทและเดินออกจากพิพิธภัณฑ์ในยามที่ห้องปิดท้ายวัน
ภาพหายไปนานกว่า 2 ปี ผู้คนทั่วโลกต่างพูดถึง จนปี ค.ศ. 1913 เปรุจจาพยายามขายภาพให้หอศิลป์อุฟฟีซี ในฟลอเรนซ์จึงถูกจับกุม เหตุการณ์นี้ทำให้โมนาลิซากลายเป็นภาพที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกไปโดยปริยาย เพราะมีคนมาชมภาพที่ เคยหายไป มากกว่าภาพที่ อยู่กับที่
หลังดา วินชีเสียชีวิต ภาพตกทอดสู่กษัตริย์ฝรั่งเศสและประดับกำแพงวังแวร์ซาย ก่อนมาอยู่ในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ซึ่งถือกำเนิดขึ้นหลังการปฏิวัติฝรั่งเศส เมื่อครั้งนโปเลียนครองอำนาจ ภาพเคยถูกนำไปประดับห้องนอนของพระองค์ชั่วระยะหนึ่ง
การโจรกรรมในปี ค.ศ. 1911 ที่ทำให้ภาพหายไปสองปี กลับกลายเป็นโฆษณาชั้นเยี่ยม เมื่อภาพถูกกู้คืน ผู้คนหลั่งไหลมาชมภาพที่ เคยหายไป มากกว่าภาพที่ อยู่กับที่ และชื่อเสียงของโมนาลิซาก็ขยายไปทั่วโลกผ่านโปสการ์ดและสื่อ
โมนาลิซาถูกตีความ ลอกเลียน และล้อเลียนนับไม่ถ้วน ตั้งแต่ผลงานของมาร์แซล ดูช็องป์ที่วาดหนวดให้โมนาลิซา ไปจนถึงภาพล้อเลียนในวัฒนธรรมป๊อปทั่วโลก ความโด่งดังของมันทำให้เกิดคำว่า Mona Lisa effect ที่ใช้เรียกภาพที่สายตา มองตาม ผู้ชมตลอดเวลา
แม้ในศตวรรษที่ 21 ภาพนี้ก็ยังสร้างข่าว อย่างการถูกทาเค้กในปี ค.ศ. 2022 เพื่อประท้วงสภาพภูมิอากาศ — แต่กระจกกันกระสุนก็ปกป้องมันไว้ได้จนทุกวันนี้
โมนาลิซาจัดแสดงในห้องพิเศษภายในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ มีผู้คนเข้าชมปีละหลายล้านคน บางปีคนกว่า 80% ที่เข้าลูฟวร์มาดูภาพนี้เป็นหลัก
ภาพตัวอย่างในหน้านี้มาจาก Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ) นำมาใช้เพื่อการศึกษาและสื่อสารความรู้ศิลปะเท่านั้น
คุณอาจสนใจ
ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่หมุนวนด้วยเส้นสี งานชิ้นนี้วาดจากจินตนาการและความทรงจำ
อ่านเรื่องราว →
ภาพของความวิตกกังวลที่สุดโด่งดังในประวัติศาสตร์ศิลปะ สะท้อนความรู้สึกของคนยุคใหม่
อ่านเรื่องราว →
ชุดภาพดอกไม้ที่อบอุ่นและมีพลัง ซึ่งแวนโก๊ะวาดเพื่อประดับห้องของเพื่อนศิลปิน
อ่านเรื่องราว →