หญิงสาวกับต่างหูมุก (Girl with a Pearl Earring)
ภาพหญิงสาวที่หันมามองผู้ชมอย่างจริงใจ จนได้ฉายาว่า โมนาลิซาแห่งแดนเหนือ
อ่านเรื่องราว →ชุดภาพดอกไม้ที่อบอุ่นและมีพลัง ซึ่งแวนโก๊ะวาดเพื่อประดับห้องของเพื่อนศิลปิน
ทานตะวัน เป็นชุดภาพวาดสีน้ำมันดอกทานตะวัน 7 ภาพที่วินเซนต์ แวนโก๊ะสร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1888–1889 ภาพที่โด่งดังที่สุดคือชุดที่วาดที่เมืองอาร์ลส์ ประเทศฝรั่งเศส ช่วงฤดูร้อนปี 1888 โดยวาดภาพดอกทานตะวันที่วางอยู่ในแจกัน ทั้งในระยะที่กำลังเบ่งบาน เหี่ยวแห้ง และกำลังโรยรา
สำหรับแวนโก๊ะ ดอกทานตะวันคือ สัญลักษณ์ของความกตัญญู และเป็นดั่งตัวแทนของชีวิตที่สวยงามแม้จะสั้นและโรยราในที่สุด ดอกไม้สีเหลืองสดเหล่านี้กลายเป็นภาพที่คนทั่วโลกชื่นชอบมากที่สุดชุดหนึ่งของเขา
ชุดภาพทานตะวันแบ่งเป็นสองกลุ่มหลัก คือที่วาดที่ปารีสปี 1887 (ดอกทานตะวันที่วางบนพื้น) และที่วาดที่อาร์ลส์ปี 1888–1889 (ดอกทานตะวันในแจกัน) ภาพในชุดอาร์ลส์มี 4 เวอร์ชันหลัก บางภาพถูกทำลายในสงครามโลกครั้งที่สอง
ภาพแต่ละใบในชุดวางองค์ประกอบคล้ายกันแต่ต่างที่จำนวนดอกและระดับการเบ่งบาน-โรยรา แวนโก๊ะใช้สีเหลืองเป็นแกนหลักทั้งหมด ตั้งแต่พื้นหลังไปจนถึงแจกัน เพื่อเฉลิมฉลองพลังของสีเหลืองที่เขาเรียกว่า ดวงอาทิตย์
แวนโก๊ะใช้เทคนิค impasto ปาดสีหนา ๆ ขึ้นบนผืนผ้าใบ ทำให้กลีบดอกทานตะวันดูมีมิติและ ยื่น ออกมาจากภาพ เห็นรอยแปรงชัดเจนเหมือนปั้นดอกไม้ด้วยสี
ที่น่าสนใจคือแวนโก๊ะใช้สีเหลืองหลากเฉด ตั้งแต่เหลืองซีด เหลืองส้ม ไปจนถึงน้ำตาลของเมล็ดที่เริ่มแห้ง ร่วมกับพื้นหลังสีเหลืองอ่อนทั้งใบ ทำให้ภาพทั้งสดใสและอบอุ่น ราวกับยิ้มให้ผู้ชม
ปลายปี 1888 แวนโก๊ะตั้งใจจะเปิด สตูดิโอแห่งภาคใต้ ที่อาร์ลส์ โดยหวังให้เกอกง ศิลปินเพื่อนรักเดินทางมาร่วมงาน เขาจึงวาดชุดทานตะวันเพื่อประดับห้องของเกอกง หวังว่าดอกไม้สีเหลืองสดจะต้อนรับเพื่อนอย่างอบอุ่น
แต่เรื่องราวไม่ได้จบลงอย่างที่หวัง เกอกงอยู่ได้เพียง 9 สัปดาห์ ก่อนทะเลาะวิวาทรุนแรงจนแวนโก๊ะตัดหูตัวเองและต้องเข้าโรงพยาบาล เมื่อเพื่อนจากไป ภาพทานตะวันก็ยังคงอยู่คู่กับความโดดเดี่ยวของเขา และกลายเป็นหนึ่งในมรดกที่ทรงคุณค่าที่สุดของโลกศิลปะในที่สุด
ทานตะวันคือภาพที่แวนโก๊ะเองก็ภูมิใจที่สุด เขาเขียนจดหมายถึงธีโอว่า ชุดภาพนี้ เป็นภาพที่จะคงอยู่ต่อไป และใช้สีเหลืองอย่างกล้าหาญ ทั้งที่สีเหลืองในยุคนั้นเพิ่งถูกผลิตเป็นสีสังเคราะห์ใหม่ ไม่นานหลังวาดเสร็จ ชื่อของเขาก็ถูกเชื่อมโยงกับดอกทานตะวันจนแยกไม่ออก
เมื่อเกอกงมาเห็นชุดภาพ เขาชื่นชมมากและขอแลกภาพหนึ่งไป ในขณะที่แวนโก๊ะกำลังอ่อนแอจากอาการป่วย ภาพทานตะวันจึงเป็นสะพานเชื่อมระหว่างสองศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ที่ทั้งรักและเกลียดกัน
แวนโก๊ะขายภาพได้ไม่กี่ภาพตลอดชีวิต แต่ในปี ค.ศ. 1987 ทานตะวัน 15 ดอก ถูกประมูลด้วยราคาเกือบ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำสถิติโลกในขณะนั้น ต่อมามีการตรวจสอบและพบว่าภาพบางภาพในตลาดเป็นงานปลอม ทำให้เรื่องราวของชุดภาพนี้ยิ่งวุ่นวายน่าติดตาม
ปัจจุบันภาพแต่ละใบกระจายอยู่ตามพิพิธภัณฑ์ชื่อดัง เช่น หอศิลป์แห่งชาติลอนดอน พิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะอัมสเตอร์ดัม และพิพิธภัณฑ์ศิลปะฟิลาเดลเฟีย เป็นหนึ่งในชุดภาพที่ถูกเดินทางชมมากที่สุดในโลก
ในปี ค.ศ. 1987 ภาพ ทานตะวันในแจกัน 15 ดอก ถูกประมูลด้วยราคาเกือบ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของงานศิลปะในขณะนั้น — จากจิตรกรที่ในชีวิตเคยขายภาพได้เพียงไม่กี่ภาพ
ภาพตัวอย่างในหน้านี้มาจาก Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ) นำมาใช้เพื่อการศึกษาและสื่อสารความรู้ศิลปะเท่านั้น
คุณอาจสนใจ
ภาพหญิงสาวที่หันมามองผู้ชมอย่างจริงใจ จนได้ฉายาว่า โมนาลิซาแห่งแดนเหนือ
อ่านเรื่องราว →
ภาพกองทหารที่กำลังเคลื่อนไหว ผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเร็มบรันต์ วาดด้วยแสงและเงาอันงดงาม
อ่านเรื่องราว →
ภาพฝาผนังเรื่องพระเยซูประกาศว่าจะมีผู้ทรยศ งานที่เลโอนาร์โดทุ่มเทสุดหัวใจและทดลองเทคนิคสุดล้ำ
อ่านเรื่องราว →