เสรีภาพนำประชาชน (Liberty Leading the People)

สตรีผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งเสรีภาพถือธงไตรรงค์นำขบวนประชาชนบนเครื่องกีดขวาง

ภาพรวม

เสรีภาพนำประชาชน เป็นภาพของเออแฌน เดอลาครัวซ์ จิตรกรแนวโรแมนติกชาวฝรั่งเศส วาดในปี ค.ศ. 1830 เพื่อรำลึกการปฏิวัติเดือนกรกฎาคม ภาพสตรีเปลือยครึ่งตัวถือธงไตรรงค์ฝรั่งเศส ก้าวนำประชาชนข้ามเครื่องกีดขวาง กลายเป็นสัญลักษณ์อันยิ่งใหญ่ของอิสรภาพและการต่อสู้ของประชาชน

การปฏิวัติเดือนกรกฎาคม

เมื่อประชาชนปารีสลุกฮือขึ้นต่อต้านพระเจ้าชาร์ลที่ 10 ที่พยายามเพิกถอนสิทธิเสรีภาพของราษฎร เดอลาครัวซ์เห็นเหตุการณ์จริงและหลงใหลในความกล้าหาญของประชาชน เขาจึงตั้งใจวาดภาพนี้ให้เสร็จภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน

สตรีกลางภาพคือ "มารีแอนน์" สัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศส สวมหมวกฟรีเจียน (หมวกแห่งอิสรภาพ) ถือธงไตรรงค์และปืนยาว นำเด็กหนุ่มถือปืนสองกระบอก ชาวชนชั้นแรงงาน นักศึกษา และนายทหารข้ามเครื่องกีดขวาง

Liberty Leading the People (เสรีภาพนำประชาชน) · เออแฌน เดอลาครัวซ์ · ค.ศ. 1830
Liberty Leading the People (เสรีภาพนำประชาชน) · เออแฌน เดอลาครัวซ์ · ค.ศ. 1830

ความจริงและสัญลักษณ์

แม้โครงเรื่องมาจากเหตุการณ์จริง แต่เดอลาครัวซ์แต่งเติมความฝันลงไป ทั้งเสื้อผ้าของมารีแอนน์ที่ดูเป็นอุดมคติเกินจริง และท้องฟ้าที่ฉากหลังเต็มไปด้วยควันและแสงของปารีสที่กำลังลุกไหม้ ทำให้ภาพดูละครเวทีแบบโรแมนติก

ภาพนี้ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนภาพประวัติศาสตร์จากเรื่องกษัตริย์และชัยชนะ มาเป็นเรื่องราวของประชาชนผู้สามัญชน

น่ารู้

มารีแอนน์ที่มีหน้าอกเปลือยในภาพ ทำให้รัฐบาลเวลานั้นไม่กล้าจัดแสดงภาพนี้ต่อสาธารณะทันที เพราะเกรงว่าจะปลุกเร้าความวุ่นวายซ้ำสอง กว่าภาพจะเข้าสู่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ก็ล่วงไปหลายสิบปี

สิ่งที่ควรสังเกตเมื่อดูภาพนี้

  • มารีแอนน์ถือธงไตรรงค์ฝรั่งเศสและปืนยาว ก้าวนำขบวนอย่างสง่างาม
  • หมวกฟรีเจียนสีแดงบนศีรษะของเธอ — สัญลักษณ์ของอิสรภาพที่สืบเนื่องมาตั้งแต่ยุคโรมัน
  • เด็กหนุ่มถือปืนสองกระบอกที่เดินคู่กับมารีแอนน์
  • นอเทรอดามที่ปรากฏอยู่ทางขวาหลังควันไฟ
  • ชายในชุดนักศึกษา ผู้นำชนชั้นแรงงาน และทหารที่อยู่รอบ ๆ ข้ามเครื่องกีดขวาง

แรงบันดาลใจจากเลือดและควันจริง

เดอลาครัวซ์เดินดูเหตุการณ์การปฏิวัติเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1830 จริง ๆ และจดบันทึกความรู้สึก รวมถึงวาดสเก็ตช์จากฉากในเมือง ภาพจึงไม่ใช่แค่จินตนาการ แต่เป็นบันทึกของวันที่เขาอยู่ในเหตุการณ์นั้น

แม้ตัวเขาเองจะไม่ได้ถืออาวุธต่อสู้ แต่ภาพนี้กลายเป็นหลักฐานว่าศิลปินอยู่เคียงข้างประชาชน และเป็นจุดเปลี่ยนของเดอลาครัวซ์ จากจิตรกรโรแมนติกไปสู่ผู้บันทึกความเคลื่อนไหวของสังคม

ภาพที่ถูกรัฐพยายามเก็บไว้

แม้ภาพจะถูกรัฐบาลซื้อไว้ทันทีหลังจัดแสดง แต่ก็ถูกถอดจากจอแสดงต่อสาธารณะหลายครั้ง เพราะเกรงว่าจะปลุกเร้าความวุ่นวายทางการเมืองซ้ำสอง ภาพจึงถูกเก็บไว้ในห้องเก็บของของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์เป็นเวลานาน

นั่นทำให้ภาพนี้ยิ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ของประชาชน และเมื่อมันกลับมาจัดแสดงอีกครั้งในศตวรรษที่ 20 ภาพก็ถูกนำไปตีพิมพ์ เป็นสัญลักษณ์ของการปฏิวัติทั่วโลก รวมถึงใช้เป็นหน้าปกอัลบั้มเพลงของวง Coldplay

แหล่งอ้างอิง

  1. พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ กรุงปารีส (เว็บไซต์พิพิธภัณฑ์) ↗
  2. บทความ Liberty Leading the People — Wikipedia ภาษาอังกฤษ ↗

ภาพตัวอย่างในหน้านี้มาจาก Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ) นำมาใช้เพื่อการศึกษาและสื่อสารความรู้ศิลปะเท่านั้น

ผลงานชิ้นเอกอื่น ๆ

คุณอาจสนใจ

ดูทั้งหมด →