สวนแห่งความสุขทางโลก (The Garden of Earthly Delights)

ภาพสามแถบของสรวงสวรรค์ โลกมนุษย์ และนรก เต็มไปด้วยตัวละครเพ้อฝันที่ล้ำหน้าโลกไปหลายร้อยปี

ภาพรวม

สวนแห่งความสุขทางโลก เป็นภาพเขียนแผ่นพับสามช่อง (triptych) ของฮีโรนีมึส บอส จิตรกรชาวดัตช์ สร้างราวปลายศตวรรษที่ 15 จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ปราโด ภาพเต็มไปด้วยตัวละครและสิ่งมีชีวิตที่จินตนาการล้นเกิน ตั้งแต่ผลไม้ยักษ์ สัตว์ประหลาด ไปจนถึงนรกที่มีเครื่องดนตรีเป็นเครื่องทรมาน ทำให้บอสถูกยกย่องว่าเป็นนักสร้างภาพเหนือจริงมาก่อนใครในประวัติศาสตร์

สามฉากของชะตากรรมมนุษย์

เมื่อเปิดแผ่นทั้งสามจะอ่านเรื่องราวจากซ้ายไปขวา เริ่มจากสวนเอเดนที่พระเจ้าประทานอีฟให้อาดัม จากนั้นฉากกลางที่กว้างใหญ่ที่สุดคือโลกที่เต็มไปด้วยผู้คนเปลือยและผลไม้ขนาดยักษ์ — สัญลักษณ์ของความสุขทางโลกที่เย้ายวน และจบที่ฉากนรกสุดสะพรึงซึ่งผู้คนถูกทรมานอย่างน่าพิศวง

ความหมายของฉากกลางยังคงเป็นปริศนาที่นักวิชาการถกเถียงกันหลายสำนัก แต่โดยรวมภาพนี้ทำหน้าที่เป็นคำเตือนทางศีลธรรมเรื่องการปล่อยตัวตามกิเลส

The Garden of Earthly Delights (สวนแห่งความสุขทางโลก) · ฮีโรนีมึส บอส · ราว ค.ศ. 1490–1510
The Garden of Earthly Delights (สวนแห่งความสุขทางโลก) · ฮีโรนีมึส บอส · ราว ค.ศ. 1490–1510

จินตนาการที่ล้ำหน้าอย่างไม่น่าเชื่อ

ภายในภาพมีรายละเอียดนับพันชิ้น ทั้งนกที่ว่ายน้ำได้ ผลไม้ที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย สัตว์ผสมหลายชนิด และเครื่องดนตรียักษ์ที่กลายเป็นเครื่องทรมานในนรก ความคิดสร้างสรรค์ระดับนี้ไม่มีจิตรกรยุโรปคนใดในยุคนั้นทำได้

ด้วยเหตุนี้บอสจึงถูกมองว่าเป็นปู่ของศิลปะเหนือจริง ซัลบาดอร์ ดาลี และแนวคิดเหนือจริงทั้งหลายมักอ้างถึงภาพนี้เป็นแรงบันดาลใจ

น่ารู้

พระเจ้าเฟลิเปที่ 2 แห่งสเปนทรงสะสมภาพนี้ไว้ในพระราชวังเอสโกเรียล เพราะพระองค์เห็นว่าภาพนี้คือบทเทศนาสอนเรื่องบาปที่จะชวนให้คนหันเข้าหาพระเจ้า

สิ่งที่ควรสังเกตเมื่อดูภาพนี้

  • ผลไม้ยักษ์ (สตรอว์เบอร์รี เชอร์รี องุ่น) ที่ใหญ่กว่าคนหลายเท่าในฉากกลาง
  • นกฮูกยักษ์ในโพรงหินซ้ายบนของฉากกลาง — สัญลักษณ์ของความโง่เขลาหรือปีศาจ
  • หูยักษ์ที่ถือมีดกับลูกศรในฉากนรก — เครื่องดนตรีกลายเป็นเครื่องทรมาน
  • ผู้คนเปลือยนับร้อยในฉากกลาง แต่ไม่มีใครสบตากันหรือสัมผัสกันจริง
  • ความมืดของฉากนรกที่ตัดกับความสว่างของสวรรค์ในแผงแรก

ภาพที่อ่านได้ทั้งจากซ้าย ขวา และหลัง

เมื่อปิดแผ่นพับ จะเห็นภาพทรงกลมโลกที่ถูกสร้างขึ้นในวันที่สามของการสร้างโลก พร้อมคำภาษาละตินว่า Ipse fecit nos et non ipsi nos แปลว่า พระองค์ทรงสร้างเรา ไม่ใช่เราสร้างตัวเอง — ข้อความที่ตั้งใจให้เห็นก่อนเปิดชมความวุ่นวายภายใน

การเปิด-ปิดแผ่นพับจึงเป็นเหมือนพิธีกรรมเตือนใจว่าเมื่อปิดบานประตูเราจะเห็นพระเจ้า แต่เมื่อเปิดเข้าไปเราจะเห็นบาปของมนุษยชาติ

จากราชสำนักสเปนสู่พิพิธภัณฑ์ปราโด

พระเจ้าเฟลิเปที่ 2 แห่งสเปนทรงสะสมภาพนี้ไว้ในพระราชวังเอสโกเรียล โดยทรงเห็นว่ามันคือบทเทศนาสอนเรื่องบาป ที่จะชวนให้คนหันเข้าหาพระเจ้า แต่ต่อมาก็มีผู้วิพากษ์ว่าภาพนี้กลับกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นมากกว่า

หลังสงครามกลางเมืองสเปนและความวุ่นวายทางการเมือง ภาพถูกย้ายเข้าสู่พิพิธภัณฑ์ปราโดและกลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของพิพิธภัณฑ์ จนกระทั่งทุกวันนี้ยังมีนักท่องเที่ยวหลายแสนคนต่อปีมาเฝ้าดูรายละเอียดนับพันของมัน

แหล่งอ้างอิง

  1. พิพิธภัณฑ์ปราโด กรุงมาดริด (เว็บไซต์พิพิธภัณฑ์) ↗
  2. บทความ The Garden of Earthly Delights — Wikipedia ภาษาอังกฤษ ↗

ภาพตัวอย่างในหน้านี้มาจาก Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ) นำมาใช้เพื่อการศึกษาและสื่อสารความรู้ศิลปะเท่านั้น

ผลงานชิ้นเอกอื่น ๆ

คุณอาจสนใจ

ดูทั้งหมด →